อ่านก่อนเลือก

เทรดทอง Standard vs Raw เลือกบัญชีอย่างไร

ตรวจข้อมูล 19 ตุลาคม 2569

ก่อนเลือกบัญชีเทรดทอง ให้เทียบเงินที่จ่ายตลอดการเปิดและปิดออเดอร์ ชื่อ Standard หรือ Raw ช่วยบอกรูปแบบบัญชีได้บางส่วน แต่ต้องอ่านเงื่อนไขของบัญชีนั้นประกอบเสมอ

เริ่มจากต้นทุนสองส่วน

สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคา Bid กับ Ask ส่วนคอมมิชชันเป็นค่าบริการอีกส่วนที่อาจคิดตอนเปิด ตอนปิด หรือทั้งสองขา จึงไม่ควรนำตัวเลข “ต่อขา” ไปเทียบกับ “เปิด–ปิดครบ” โดยตรง ดูคำอธิบายจาก MetaTrader 5

บัญชีที่ไม่มีคอมมิชชันยังมีสเปรดได้ ตัวอย่างเช่น Exness Standard ระบุเงื่อนไขทั้งสองอย่างแยกกัน ส่วนชื่อ Raw ไม่ใช่คำรับประกันว่าต้นทุนรวมจะต่ำกว่าในทุกสถานการณ์

เทียบด้วยเงื่อนไขเดียวกัน

  1. สินทรัพย์และขนาดสัญญา: ตรวจ symbol ทอง, contract size, หน่วยราคา และสกุลเงินที่ใช้คิดต้นทุน อย่าใช้เพียงคำว่า XAUUSD เป็นหลักฐานว่าทุกบัญชีเหมือนกัน
  2. ขนาดออเดอร์: เทียบด้วยจำนวนออนซ์เท่ากัน โดยคูณจำนวนล็อตกับ contract size หากขนาดสัญญาต่างกัน ล็อตที่ใช้ต้องต่างกันด้วย แล้วตรวจล็อตขั้นต่ำกับช่วงเพิ่มล็อตของแต่ละบัญชี
  3. เวลา: ดูสเปรดในช่วงที่คุณใช้เทรด พร้อมวันที่และเขตเวลา สเปรดเริ่มต้นที่ประกาศไม่ใช่ค่าเฉลี่ยตลอดวัน
  4. คอมมิชชัน: แปลงให้เป็นต้นทุนเปิด–ปิดครบสำหรับขนาดออเดอร์เดียวกัน
  5. การถือข้ามคืน: ถ้ามี ให้เพิ่มค่าสว็อปและค่าบริการอื่นตามเงื่อนไขจริง

อ่านต้นทุนรวมอย่างไร

ต้นทุนเปรียบเทียบโดยประมาณ = ค่าสเปรดตามสมมติฐาน + คอมมิชชันเปิด–ปิด + ค่าใช้จ่ายในการถือข้ามคืน

ระบุสมมติฐานของแต่ละส่วนให้ครบ หากสว็อปเป็นเครดิตให้แยกแสดงเป็นเงินรับ การประมาณนี้ไม่ได้ทำนายราคาที่ส่งคำสั่งได้จริง และอย่านำค่าสเปรดไปหักซ้ำจากกำไรขาดทุนที่คำนวณด้วยราคาซื้อขายจริงแล้ว

ให้รูปแบบการเทรดช่วยจัดลำดับสิ่งที่ต้องเช็ก

ลองเทียบต้นทุนของสองบัญชี ดูวิธีแปลงสเปรดเป็น USD